-ปเด็น นิยามว่า
+ต่อเรื่องด้วยแง่มุม
+แง่มุม
+เรื่อง บริบท
-4ชนิดปเด็น
1.สังขารต้น(ต่อเรื่องให้รู้เรื่อง)
2.จินต(ต่อเรื่องให้เข้าใจ)
3.ทัสน(ต่อเรื่องให้เห็นภาพรวม)
4.ปเทส(แยกส่วนรวมส่วน)
ปเทส แปลว่า ส่วน
ปเทส วิพัช วิเคราะสังเคราะ ปัจย สาวต้นตอ ตรรก ไอคิว พุทธิ ไวพจน์
-ถ้า อปโมท ก็ อปเด็น ถ้าปโมทก็ปเด็น หมายความว่า เกิดกิเลสเพราะมองผิดแง่มุม
-6ขั้นตอนปเด็น
1.วิญ รับเรื่องทางผัส6
2.สังขารต้น ต่อเรื่องให้รู้ว่าเป็นเรื่องอะไร
1+2=จิต=รับรู้เรื่อง
3.จินต ต่อเรื่องให้เข้าใจความหมาย
3=ใจ=สังขาร=ปรุงแต่ง
4.ทัสน ต่อเรื่องให้เห็นภาพรวม
5.ปเทส แยกส่วนรวมส่วน วิเคราะสังเคราะ
6.ปริญปหาน
4+5+6=สมอง=ปติสังขาร=พิจารณา
3+4+5+6=เจตสิก=ใจ+สมอง=สังขาร+ปติสังขาร
-เจตสิก=ใจ+สมอง
-2เจตสิก ใจ สมอง
-เจตสิกขันธ์3 เวทน สัญ สังขาร
-2สังขาร สังขาร ปติสังขาร
-2นาม จิต เจตสิก
-3นาม จิต ใจ สมอง
-ทุกสิ่ง
+4ทุกสิ่ง รูป นาม นามรูป อากาส(ช่องว่าง)
+3ทุกสิ่ง ชีว อชีว อากาส
*ชีว นิยามว่า เอาอยู่รอด
*อชีว นิยามว่า เฉยต่ออยู่รอด
+1ทุกสิ่ง(เอกทุกสิ่ง)คือนามรูป
-เอกทุกสิ่ง=นามรูป
+ทุกสิ่ง(3ทุกสิ่ง4ทุกสิ่ง) แม้อากาสและพลังงาน ล้วนเป็นนามรูป
+สิ่งมีชีวิต นิยามว่า ชีวนามรูป(นามรูปที่เอาอยู่รอด)
+สิ่งไม่มีชีวิต นิยามว่า อชีวนามรูป(นามรูปที่เฉยต่ออยู่รอด)
-นามรูป
+รูป นิยามว่า ขอบเขต
+นาม นิยามว่า จิตเจตสิก
+รูป(เช่น ก้อนหิน ฯลฯ)มีนามแฝงอยู่
+นาม(เช่น ความร้อน ไฟฟ้า แรงโน้มถ่วง ฯลฯ)มีรูปแฝงอยู่
-นาม=จิตเจตสิก
+จิต นิยามว่า ทุกพฤติกรรมของจิต คือ แค่รับรู้เรื่อง คือ วิญ+สังขารต้น
+เจตสิก นิยามว่า ทุกพฤติกรรมของเจตสิก คือ ใจ+สมอง คือ สังขาร+ปติสังขาร คือ เจตสิก52
-ไร้ขอบเขต
1.รูป=ขอบเขต
2.ไร้ขอบเขต=ไร้รูป=อรูปนาม
3.ที่วางที่รวมทุกสิ่งทุกจักรวาล เรียกว่า แม่จักรวาล
4.แม่จักรวาลเป็นอรูปนาม จักรวาลเป็นรูปนาม
5.อรูปนามมีได้เพียง1 เพราะว่า มากกว่า1=มีขอบเขตเส้นแบ่งระหว่างอรูปนามกับอรูปนาม
6.แม่จักรวาลเป็นเอกอรูปนาม(มีได้เพียง1)
-เจตสิก52
1-4
1.ผัส เจตสิกรับเรื่องจากจิต
2.เวทน เจตสิกเกิดเวทน
3.สัญ กระตุ้นความจำ
4.เจตน เกิดเจตนา
5-6
5.เอกคัต โฟกัสสิ่งเดียว
6.ชีวิตินทรีย ผู้เอาอยู่รอด
7-9
7.มนัส โฟกัส
8.วิตก โฟกัสแล้วเครียด
9.วิจาร เครียดแล้วยังโฟกัสต่อ
10-13
10.อธิโมก ตัดสินใจ
11.วิริย เพียร
12.ปีติ เริงร่า
13.ฉันท ชอบ
14-27
14.โมหะ อมนัส(ไม่โฟกัส)
15.อหิริ ชอบ/เฉยต่อความชั่ว
16.อโนตัป ไม่แสดงออกหิริ
17.อุทธัจ ฟุ้งเรื่องโมหะ/ราคะ
18.โลภะ เอา
19.มิจฉทิถิ คิดเชื่อผิดทาง
20.มานะ เอาชนะ
21.โทสะ สู้ หนี คนละข้าง
22.ริสย ริษยา
23.มัจฉ ตระหนี่ หวง
24.กุกกุจ ฟุ้งเรื่องโทสะ
25.ถีน ห่อเหี่ยว
26.มิทธ ซึมเซา
27.วิจิ ต้าน
28-34
28.สัทธ เชื่อฟัง
29.สติ ผู้รู้ตัว
30.หิริ ไม่ชอบความชั่ว
31.โอตัป แสดงออกหิริ
32.อโลภะ ไม่เอา
33.อโทสะ ข้างเดียวกัน
34.มัชฌัต พอดีไม่ขาดไม่เกิน
35-46 ยุคล6คู่
35.กายปัสธิ กายสงบ
36.จิตปัสธิ ใจสงบ
37.กายลหุต กายเบา
38.จิตลหุต ใจเบา
39.กายมุทิต กายไม่ต้าน
40.จิตมุทิต ใจไม่ต้าน
41.กายกัมมัญ กายพร้อมใช้
42.จิตกัมมัญ ใจพร้อมใช้
43.กายปาคุญ กายคล่องแคล่ว
44.จิตปาคุญ ใจคล่องแคล่ว
45.กายอุชุกัม กายยัญกัม
46.จิตอุชุกัม ใจยัญกัม
47-49
47.สัมวาจา พูดถูกสีล
48.สัมกัมมันต ทำถูกสีล
49.สัมอาชีว อาชีพถูกสีล
50-51
50.กรุณ ช่วยเขา
51.มุทิต โมทนาเขา
52
52.ปัญญินทรีย พุทธิ
–ตารางเจตสิก52